เทคนิคเลี้ยงลูกเมื่อลูกเข้า ม.1 ระวังเมื่อลูกเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต

ถึงตัวจะยังเป็นเด็ก แต่คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าเด็กนั้นมีความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ อยากเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งการดูแลลูกในวัยนี้ พ่อแม่ไม่ควรจำกัดจำกี่ สั่งให้ทำสิ่งนู้น ห้ามทำสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งนี้พ่อแม่ไม่ควรนำความต้องการของตนเองมาเป็นบรรทัดฐานของลูก ควรที่จะดูแลลูกในวัยนี้โดยทำตัวให้เป็นเหมือนพ่อแม่และเพื่อนในเวลาเดียวกัน รับฟังและไม่ไปฝืนให้เขาต้องปรับเปลี่ยนสิ่งที่ทำ

โดย “น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าต้องรับฟังเป็นหลัก โดยหาเวลาที่จะพูดคุยกับลูกแล้วให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกพูดสะท้อนออกมาให้มาก

อย่างเช่น เมื่อลูกทำพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ควรให้ลูกได้อธิบายว่าทำไมลูกทำแบบนั้น แล้วจึงค่อยๆเสนออีกทางเลือกให้ลูกว่าถ้าลูกทำแบบนี้จะดีกว่าหรือไม่ ด้วยการชี้ถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นหากทำแบบที่เสนอแนะ และให้ลูกช่วยคิดว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร และจะเลือกแบบไหนดี ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

“วัยนี้พ่อแม่ไม่ควรสั่งให้ทำ หรือห้ามทำ เพราะจะเหมือนเป็นการใช้อำนาจของพ่อแม่ข่ม ลูกจะต่อต้านเพราะเขารู้สึกเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ต้องทำตามพ่อแม่สั่งก็ได้ แต่ต้องเป็นการใช้วิธีออกความคิดร่วมกัน และสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือ การพูดเรื่องเปรียบเทียบ เช่น ทำไมไม่ทำอย่างคนนั้นคนนี้ ยิ่งเปรียบเทียบลูกจะยิ่งประชดและกลั่นแกล้งด้วยการยิ่งทำในทางตรงกันข้าม”น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าว

“ณฐา พงษ์ศาศวัต” คุณแม่ลูก 1 วัยเพิ่งก้าวผ่านจากประถม สู่พี่ม.1 ในเปิดเทอมนี้ ล่าสุดเธอเพิ่งจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เล่าว่าช่วงเปลี่ยนผ่านของวัยเด็กประถมสู่วัยรุ่นตอนต้น พ่อแม่ต้องปล่อยให้เด็กเป็นตัวเอง โดยคอยเป็นพี่เลี้ยงช่วยให้เพื่อให้ลูกตัดสินใจสิ่งที่ถูกต้อง อย่างเช่น พยายามปลูกฝังให้ลูกเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ

เทคนิคเลี้ยงลูกเข้าม.1

ด้วยการส่งเสริมให้เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ ปรากฏว่าลูกชอบและทำได้ดี พยายามสอนให้พึ่งตัวเองให้มากที่สุด ถ้าวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพ่อแม่แล้ว ลูกต้องอยู่เองได้ ให้ตั้งใจเรียนในห้องเรียน สนับสนุนกิจกรรมที่ลูกชอบ และฝึกให้เก็บเงินซื้อของเล่นหรือของอื่นๆที่อยากได้เอง

ที่สำคัญช่วงวัยรุ่นนี้จะบางคนก็เริ่มจะมีแฟน บางทีก็มีจะมีเด็กสาวๆมาขอให้ขึ้นสเตตัสว่าเฟสบุคว่ามีแฟนแล้ว ก็เลยบอกลูกว่า เราเป็นสุภาพบุรุษจะทำอะไรก็ต้องให้เกียรติผู้หญิงและระมัดระวัง เขาก็มีพ่อ แม่ เหมือนเรา อย่าทำให้ผู้หญิงเสื่อมเสีย ต้องคิดให้รอบด้าน แม่ไม่ว่ามีแฟนได้ แต่เรื่องเรียนเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จ

“เข้า ม.1 เป็นการเปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนเพื่อน เปลี่ยนสภาพแวดล้อม แต่โลกยุคนี้ก็ทำให้เราใกล้ชิดกันได้มากขึ้นเช่นกัน มีไลน์กลุ่มทั้งที่โรงเรียน รถตู้ที่นั่งไปเรียนด้วยกัน ใช้โชเชียลให้เป็นประโยชน์กับชีวิตแม่อย่างเราได้มากขึ้น”

เทคนิคเลี้ยงลูกเข้าม.1

ด้านแม่ลูก 1 กรรมการข่าววัย 47 ปีรายหนึ่งเล่าว่า การเตรียมพร้อมเด็กป.6 เข้าม.1 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ยิ่งถ้าเรียนในโรงเรียนประถมมาแบบไม่เน้นวิชาการต้องสปีดตั้งแต่ป. 4 ด้วยการเรียนพิเศษในวิชาหลักๆที่ใช้สอบเข้าเรียน ม.1 อย่างน้อย 3 วิชาคือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ เพื่อให้สอบเข้าม.1 ห้องเป้าหมายให้ได้

“ต้องเรียนพิเศษวิชาที่ใช้สอบเข้าม.1 ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ป.4 เพราะก่อนหน้านั้นไม่เคยเรียน และต่อเนื่อง ป.5 -6 แต่ก็ประสบผลสำเร็จสอบเข้าม.1 โรงเรียนดังห้องโครงการได้ และยังเรียนพิเศษต่อเนื่องไปจนกว่าทักษะทางวิชาการจะใกล้เคียงกับเด็กที่ช่วงประถมเน้นวิชาการมาโดยตลอด แต่ พ่อแม่ต้องคอยให้กำลังใจว่าขอให้ลูกพยายามและทำได้ โดยให้เหตุผลมาประกอบและให้ลูกคิดตามและตัดสินใจเอง และคำพูดที่ควรพูดให้ติดปากไว้คือ พ่อแม่ รักลูกและเชื่อว่าลูกทำได้ขอให้พยายามให้ถึงที่สุดซะก่อนนะค่อยมาบอกว่าไม่ได้ ถามตัวเองซะก่อนว่าทำเต็มที่แล้วหรือยังถ้าทำเต็มที่แล้วพ่อแม่ก็ยอมรับได้ทุกอย่าง โดยไม่กดดันลูก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก”

เทคนิคเลี้ยงลูกเข้าม.1

“ด้านครูศิริมา” ครูสอนคณิตศาสตร์ ร.ร.ดังจ.เพชรบุรี เล่าเด็ก ม.1หลายคนจะอยู่ในช่วงปรับตัว จากที่เรียนแบบสบายๆต้องมารับผิดชอบมากขึ้นทั้งการเรียน ชีวิตประจำวันและเพื่อนใหม่ แรกๆอาจจะยังไม่ลงตัว พ่อ แม่ ครูประจำชั้นจำเป็นต้องมีการตสื่อสารกันมากขึ้น พอผ่านไปถึง ม.2 หลายเรื่องก็จะลงตัวไปเอง ขอแนะนำว่า พ่อแม่ ควรมีการสื่อสารกับโรงเรียนตลอดเวลา เพื่อช่วยกันดูแลนักเรียนร่วมกัน ที่สำคัญจะช่วยป้องกันการสื่อสารที่อาจตกหล่นระหว่าง ครู นักเรียนและผู้ปกครองได้

แอดมินเชื่อเหลือเกินว่า ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากใหเลูกตนเองไม่เก่งหรือด้อยไปกว่าใครๆ เราสามารถส่งเสียให้เขาได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆได้ แต่เราไม่สามารถยัดเยียดความฝันของเราให้ลูกได้ ไม่ว่าผลการเรียนจะออกมาเป็นอย่างไร จะแค่ปานกลาง หรือลงไปถึงระดับแย่ พ่อต้องหารือร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก เพื่อหาแนวทางแก้ไข ผสานพูดคุยกับครูประจำชั้น เพื่อหาหนทางที่ดีร่วมกัน นี้คือวิธีที่ทำให้ลูกของคุณไปถึงฝั่งฝันและเป้าหมายของชีวิตที่วางไว้

แหล่งที่มา : komchadluek.net

เรียบเรียงโดย : auinews.com