ร่างพ.ร.บ.อุทยานฯ “เก็บของป่า” เก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ โทษสูงจำคุก 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท

กลายเป็นกระแสโซเชียลขึ้นมาทันทีเมื่อ ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับผ่าน สนช. บังคับใช้หาของป่า เก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับผ่าน สนช. เปิดเผยว่า

“เก็บเห็ด เก็บหน่อ เก็บบุก เก็บผึ้ง ก็ทำไม่ได้แล้วนะ หากร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับผ่าน สนช. นี้และ กลายเป็น พ.ร.บ. ที่มีผลบังคับใช้จริง”

เพราะ “ของป่า” ไม่ได้ถูกให้คำนิยามและบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

ไม่มีการอนุญาตให้เก็บหาของป่าในอุทยานแห่งชาติ หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งถ้า “ของป่า” ไม่ได้ถูกบรรจุใน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับผ่าน สนช. จะแย่ขนาดไหน?

และยิ่งไปกว่านั้น พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับผ่าน สนช. ไม่ได้บรรจุนิยามคำว่า “ชุมชน” ไว้เลย แต่มีการกำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินการ (โทษจำคุก โทษปรับ)

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเกิดคำถามว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ตอบสนองเจตนารมณ์ที่ว่า ชุมชนมีส่วนร่วมในการประกาศจัดตั้ง และการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ

ตลอดจนเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่แล้วในอุทยานแห่งชาติ จริงหรือไม่?

หรือ “สิทธิชุมชน” ตามรัฐธรรมนูญจะถูกเพิกเฉยจากรัฐบาลและหน่วยงานรัฐต่อไป?

คนจะอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างไร ลองคิดดูเถิด?

พ.ร.บ.ภาคประชาชน ได้นิยามคำว่า “ของป่า” และ “ชุมชน” ไว้ดังนี้

“ของป่า” หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรืออยู่ตามธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ เป็นต้นว่า ถ่าน, เปลือกไม้, ใบไม้, ดอกไม้, เมล็ด, ผลไม้, หน่อไม้, ชันไม้, น้ำมันจากไม้, ยางไม้, หญ้า, อ้อ, พง, แขม, ปรือ, คา, กก, กระจูด, กล้วยไม้, กูด, เห็ดรา, เฟิร์น, ตะไคร่, สาหร่าย, พันธุ์ไม้น้ำ, ส่วนของพืชสมุนไพร, รังนก, ครั่ง, รังผึ้ง, น้ำผึ้ง, ขี้ผึ้ง, ไข, มูลสัตว์, ดิน, หิน, กรวด, ทราย, แร่, ปิโตรเลียม

“ชุมชน” หมายถึง ชุมชนที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่หมู่บ้านหรือตำบล หรือกลุ่มบุคคลซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่เดียวกันและมีวัฒนาธรรม จารีต ประเพณีร่วมกัน